แทงบอลออนไลน์ ทีมบิ๊กหอยเสนอตัวลดขัดแย้ง หนุนอนงค์ฟ้อง

แทงบอลออนไลน์

บิ๊กหอยควงอดีตรองโฆษกสำนักนายกฯแถลงนโยบายเสนอตัวลดความขัดแย้งในสมาคมบอล สนับสนุนอนงค์ ล่อใจฟ้องร้องต่อวอน FAT NC อย่าข่มขู่เรื่องแบน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา ธวัชชัย สัจจกุล ผู้สมัครนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ผู้สมัครในตำแหน่งอุปนายกฯ เปิดแถลงข่าวที่ ร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf สาขา The Walk เกษตร – นวมินทร์ หลังได้รับการรับรองจาก คณะกรรมการกลาง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย (FAT NC)ให้เป็นผู้สมัครอย่างเป็นทางการ

แทงบอลออนไลน์ วัชระ กรรณิการ์ กล่าวว่า เรามองว่ากระบวนการการสมัครของเราเรียบร้อยแล้ว หลังได้รับการรับรองจาก FAT NC เราต้องการแจงนโยบายเพิ่มเติม “เรื่องแรก เราจะประกาศตัวอย่างชัดเจนเสนอตัวเองเป็นนายกคนกลางในการเลือกตั้ง เพราะว่า ความขัดแย้งของ วงการฟุตบอลตอนนี้ รุนแรงมาก เพราะต่างฝ่ายต่างไม่เอาอีกฝ่ายเลย เรากลัวก็คือ หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ อีกฝ่ายหนึ่งแพ้ ฝ่ายแพ้จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ ไม่ได้รับโอกาสเท่ากับทีมผู้ชนะ ทีมชนะคงเหยียบทีมแพ้จมดิน และมันไม่เป็นประโยชน์เลย”

“ข้อต่อมา ถ้ามันขัดแย้งขนาดนี้ บิ๊กหอยขอเป็นแค่สมัยเดียว เพื่อเข้าไปเคลียร์ปัญหา ทางฝ่ายเราไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ เราสุจริตใจเป็นกลาง เราพร้อมจะแก้ไขปัญหา และจะลดความขัดแย้งของขั้วใหญ่ๆให้ได้มากที่สุด และวางรากฐานภายในเวลา 1 สมัยข้อต่อมาเรื่องความโปร่งใส ทีมเราไม่มีใครเป็นเจ้าของทีมใหญ่ เรากล้าจับมือกันว่าเราจะทำงานแบบโปร่งใส”

“อีกส่วนก็คือการตั้งข้อสังเกต เพราะครั้งนี้มีการเลือกตั้งที่รุนแรง และมีแท็คติคมากที่สุด ผมอยากฝากไปถึง FAT NC ที่มีพลเรือเอก สุรวุฒิ มหารมณ์ เป็นประธาน ว่าตอนนี้มีบางส่วนที่มอง กกต.กลาง ว่าไว้วางใจได้ไม่มากพอ ไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ก็ตาม ใครพูดถึง กกต. กลาง บางส่วนยังคงไม่เชื่อใจ ผมอยากเรียกร้องให้ท่านทำตั้งแต่ตอนนี้จนเลือกตั้งจบ ว่าต้องยึดหลักประโยชน์ของชาวบอล ตัวผมไม่อยากเห็นอาการกราดเกรี้ยวของเสธ.โต ผมอยากให้ท่านรับฟังผู้ที่ร้องทุกข์กับท่านใจกว้างและเป็นผู้ใหญ่ อย่ามองว่าใครฟ้องร้องเป็นศัตรูเสมอไป”

อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมอยากกล่าวถึงคือ ผมอยากเสนอให้เสธ.โต ปกป้องประเทศไทยไม่ให้ฟีฟ่าแบนมากกว่านี้ ไม่อยากให้ข่มขู่ อยากให้เมตตาต่อผู้ร้องต่างๆ เพราะคนร้องเหล่านั้นต้องการความเป็นธรรม ความถูกต้อง หน้าที่ของ กกต. ก็คือหาความจริงให้กับเขา ถ้าเขาเข้าใจผิดก็ต้องมีหลักฐานมายืนยัน”

“เมื่อเช้าผมได้อ่านข่าวชาญวิทย์ ผลชีวิน เหมือนจะยกธงขาว ผมอยากให้กำลังใจ ให้เพราะว่าเขาเคยทำงานกับผมในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเขาก็เป็นคนในวงการฟุตบอลจริงๆ ผมไม่รู้ข้อเท็จจริงเป็นยังไง แต่ขณะเดียวกันจากที่เห็นข่าวว่าท่านบอกว่ามีการเมืองเข้าแทรกเรื่องตัวแทน 30 สโมสรลีกภูมิภาค ว่าผมอยากสนับสนุนท่าน ว่าหากท่านมีหลักฐานอยากให้พูดให้เต็มที่ เพราะมันไม่เป็นประโยชน์ต่อทีมของเขา แต่มันจะเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลไทย ถ้าท่านไม่กล้าพูด ผมพูดให้ก็ได้ ผมพร้อมจะเป็นชูวิทย์ในวงการฟุตบอล อยากบอกอาจารย์หรั่งว่าอย่าเพิ่งถอดใจ ไม่อย่างนั้น บิ๊กหอยจะชนะง่ายเกินไป”

“ส่วนเรื่องการฟ้องร้องหลายคนอาจจะมองว่าเป็นอุปสรรคต่อวงการฟุตบอลไทย แต่ผมมองว่า ผมสนับสนุนการฟ้องร้องทุกกรณีที่เป็นปัญหา การเดินหน้าฟ้องร้องต่างๆในข้อที่เป็นปัญหา มันคือการแก้ปัญหา ไม่ใช่การซุกขยะไว้ใต้พรม ถ้ามันมีหลักฐาน มีข้อเท็จจริงมันก็จะเป็นบรรทัดฐานที่ดี ผมพร้อมสนับสนุนป้าอนงค์ รวมถึงเคสอื่นๆให้เดินหน้าต่อไป ผมมองว่าเสธ.โต คงไม่เอาปัญหานี้มาทำให้ติดหล่ม”

ด้าน ธวัชชัย สัจจกุล กล่าวว่า “ผมมองว่าผู้บริหารของแต่ละสโมสรจะมัวแต่สนใจเกมแต่ละสัปดาห์ หรือการจัดทีมเท่านั้น ทำให้กรรมการที่มาจากสโมสรต่างๆ จะมัวแต่คิดถึงปัญหาส่วนตัว ไม่สนปัญหาส่วนรวมแต่ผมสร้างทีมนี้ เพราะมองหาคนที่สามารถทำงานต่อเนื่อง อย่างเช่นคุณวัชระ ตัวแทนจากพรรคชาติไทยพัฒนา คุณกล้านรงค์ ตัวแทนจาก คสช. หรือ คุณหมอทศพรตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย”

“ส่วนเรื่องใบมอบอำนาจ ผมเคารพเสธ.โต แต่ท่านชอบเบี่ยงประเด็น ในข้อระเบียบก็ชัดเจนว่าห้ามใช้ และการให้นาย ก. ทำแทนทั้งหมด ผมคิดว่าผมก็ต้องทำหนังสือและผมก็ร้องเรียนไปทางฟีฟ่าแล้ว เขาก็บอกแล้วว่าเขาจะไม่ตอบข้อร้องเรียนคนนอก นอกจากนายกสมาคม ผมก็ท้วงแต่เรื่องนี้ แต่ผมมองว่านี่เป็นการเรื่องคอรัปชั่น การซื้อสิทธิ์ เมื่อเขาบอกอย่างนี้ ผมมองว่ามันผิดข้อบังคับสมาคม ข้อ 22.4 แต่ท่านบอกว่าไม่ได้มอบ มอบให้กรรมการ มันฟังไม่ขึ้น

“หลายคนมองว่าผมกำลังทำลาย แต่มันไม่เกี่ยว ฟีฟ่าจะแบนก็ต่อเมื่อสมาคมฟุตบอลทำความผิด ข้อบังคับระบุชัดเจนห้ามสมาคมไปฟ้องศาลในประเทศ และให้สมาคมออกข้อบังคับว่าสมาชิกของสมาคม ถ้ามีปัญหามาฟ้องที่สมาคม ให้คณะกรรมการหรืออนุญาโตตุลาการตัดสิน ไม่ใช่ศาลข้างนอก ผิดข้อบังคับไหม ไม่ผิด เพียงแค่เป็นแนวคิดของฟีฟ่า คุณอนงค์ไม่ได้ทำผิด แต่ถ้าสมาคมทำมันก็ผิด เขาแค่บอกว่าสมาคมให้เตือนสมาชิกว่าอย่าฟ้องเท่านั้น หรือแจ้งมาทางฟีฟ่า”

ขณะที่ วัชระ กล่าวอีกว่า “ ผมขอย้ำว่าคณะกรรมการกลางต้องไ่ม่ผิดพลาด กกต. การเมืองติดคุก แต่นี่ไม่มี ขณะเดียวกันเราก็เรียกร้องให้เป็นกลางที่สุด มองทุกคนรักบอล ไม่ใช่คนนี้ ผมยังแอบคิดว่าฟีฟ่าฟังฟังข้างเดียวหรือเปล่า ฟังข้อมูลครบหรือไม่ ถ้าเกิดฟีฟ่าฟังข้างเดียว การตัดสินก็เกิดจากสมองซีกเดียว และฟุตบอลไทยก็จะพัง”

“ผมขอเรียนว่าวันจันทร์ ผมจะไปวัดพระแก้วเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง และก็ขออนุญาตสาปแช่งบุคคล ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครหรือผู้เกี่ยวข้องที่กระทำไม่บริสุทธิ์ก็รับไป ยังไงก็ขอเรียนเชิญทุกคน รวมถึง กกต.ทั้งหมดไม่รู้ว่าใครบ้าง ที่ปรึกษาด้วย ใครที่คิดว่าทำงานเพื่อชาติก็ไปเถอะครับ คณะทำงานทั้งหมด แต่เราต้องการไปไหว้เพื่อศิริมงคลเท่านั้นในช่วงเช้า”

ข้อบังคับฟีฟ่า(FIFA Statutes)ที่เกี่ยวข้อง บทที่ 68 ข้อ 2 การร้องเรียนผ่านศาลยุติธรรมทั่วไป(ordinary courts of law)นั้น โดยปกติถือว่าห้าม นอกจากจะมีระบุเฉพาะไว้ในข้อบังคับฟีฟ่า การร้องเรียนกรณีมาตรการเบื้องต้นต่อศาลยุติธรรมทั่วไปถือว่าห้ามเช่นกัน

บทที่ 68 ข้อ 3 สมาคมมีหน้าที่ต้องระบุในธรรมนูญหรือข้อบังคับของตนเองว่า ห้ามนำข้อพิพาทในสมาคมหรือข้อพิพาทในลีกที่เกี่ยวข้อง, สโมสรสมาชิกลีก, สมาชิกสโมสร, ผู้เล่น, เจ้าหน้าที่, และองค์กรอื่น ๆ ไปสู่ศาลยุติธรรมทั่้วไป นอกจากจะมีข้อกำหนดจากฟีฟ่าหรือมีบทบัญญัติผูกพันที่เอื้อให้เป็นพิเศษ หรือกำหนดให้ร้องต่อศาลยุติธรรมปกติ นอกจากนี้ มีกำหนดชัดเจนว่า ข้อพิพาทต่าง ๆ ควรนำมายังอนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบ ภายใต้กติกาของสมาคมหรือสหพันธ์ หรือศาลกีฬาโลก (Court of Arbitration for Sports – CAS) สมาคมต้องทำให้มั่นใจได้ว่าข้อบังคับนี้ถูกนำมาใช้จริงในสมาคม สุดท้าย บทบัญญัตินี้ยังกำหนดให้สมาชิกลงโทษผู้ใดที่ไม่เคารพกฎดังกล่าว และให้แน่ใจว่า การอุทธณ์โทษนั้นต้องทำผ่านอนุญาโตตุลาการ มิใช่ศาลยุติธรรมทั่้วไป